วันนี้มาทำเค้กกล้วยหอมโยเกิร์ตกันนะคะ สูตรนี้ไม่ใส่เนย รับประกันความอ้วนน้อยลง (มั้ง) อิอิ
( ใครไม่อยากทำ ก็เลื่อนลงข้างล่างเลยนะ :D )
เค้กกล้วยหอมโยเกิร์ต ![]()
ส่วนผสม

- แป้งเค้ก 2 ถ้วย
- เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
- ผงฟู 1 ช้อนชา
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
- กล้วยหอมสุก 3 ผล
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชา
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ ขนาด 150 กรัม 1 ถ้วย
- กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
วิธีทำ
- ผสมแป้ง เบกกิ้งโซดา ผงฟู เกลือ เข้าด้วยกัน ร่อนแป้ง 3 ครั้ง แล้วพักไว้

- บดกล้วยหอมสุกให้ละเอียด ใส่น้ำมะนาวและโยเกิร์ตอีกเล็กน้อย คนให้เข้ากัน

ถ้าบดกล้วยทิ้งไว้นานๆ สีจะดำขึ้น ใครชอบให้เค้กสีเข้มหน่อยก็บดทิ้งไว้ก่อน แต่ถ้าชอบสีอ่อนๆ ก็ลองบดตอนใกล้ๆ ขั้นตอนที่จะผสมกล้วยแล้วอ่ะค่ะ
- ตีไข่กับน้ำตาลทรายให้ขึ้นฟูขาว


- ใส่กล้วยที่บดแล้ว + โยเกิร์ตที่เหลือ + วานิลลาลงไป คนให้เข้ากัน

- ใส่แป้งลงไปผสมทีละนิด คนให้เข้ากันเหมือนเดิม

- หลังจากผสมแป้งจนเข้ากันดีแล้ว ก็ค่อยๆ ใส่น้ำมันพืชทีละนิด คนให้เข้ากันจนได้ส่วนผสมเนียนๆ
- เทใส่พิมพ์ที่ต้องการ ประมาณ 3/4 ของพิมพ์( ในรูปรู้สึกว่าจะใส่น้อยไปหน่อย )

- นำเข้าเตาอบ อุณหภูมิ 350 Fประมาณ 40 นาที

อายจัง เค้กแอบมีรู ^^"

รู้สึกว่ากล้วยหอมเรามันจะผลใหญ่ไปหน่อย เลยกลายเป็นใส่กล้วยเยอะมวากกก จนเค้กกล้วยหอมกลายเป็นกล้วยหอมผสมเค้ก เอิ้กก ถ้าทำขายนี่เจ๊งแหงๆ ![]()
แต่สงสัยคงต้องพักทำเค้กไปอีกนาน เนื่องจากเมื่อยแขนมากเลยเค่อะ เมื่อไหร่จะมีบุญได้ซื้อเครื่องตีกับเตาอบเป็นของตัวเองน้ออ ( บ่นมันทุกครั้งที่อัพ blog 555 )
---------------------------------------------------------------------------------------------
อาทิตย์ก่อนที่ลงกทม. หลังจากงานมังงะมาเนียวันอาทิตย์ รุ่งขึ้นวันจันทร์เราก็ไปเดินสยาม แล้วอยู่ดีๆ ก็มีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับเราว่า...
"น้องคะๆ พี่ขอเวลาน้องซักแป้บนึงได้มั้ยคะ"
"ได้ค่ะ"
"คือพี่อยากจะขอสัมภาษณ์น้องหน่อย เกี่ยวกับวัยรุ่นไทยเป็นของรายการโทรทัศน์อ่ะค่ะ"
"........." ( ยืนอึ้ง
)
"ไม่ได้ออกอากาศที่นี่นะคะ จะเอาไปออกที่ญี่ปุ่นค่ะ"
"........." ( อึ้งกว่าเดิม
)
"นะคะๆ ช่วยพี่หน่อยนะคะน้อง แป้บเดียวค่ะ"
".....อืม ก็ได้ค่ะ"
"อุ้ย ขอบคุณมากเลยค่ะน้อง เดี๋ยวน้องช่วยไปรอตรงนั้นแป้บนึงนะคะ พี่ขอหาอีกซัก 2-3 คนค่ะ"
( ตอนนั้นพี่ผู้ชายที่ยืนข้างๆ ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่น ยิ้มแล้วก็โค้งให้เราใหญ่เลย กร๊ากก น่ารักดี ฮ่าๆๆ )
เราก็ไปยืนรอตามที่พี่เค้าบอกด้วยอาการเอ๋อไม่หาย แล้วไอ้เพื่อนที่ไปด้วยกันมันก็พูดขึ้นว่า
"เฮ้ย นุ้ย ไปเหอะ"
"อ่าว ไมอ่ะ พี่เค้าบอกให้รอนิ"
"เค้าพูดจริงรึป่าวก็ไม่รู้ เกิดเค้าแกให้ไปที่สตูฯ ที่ไหนก็ไม่รู้ทำไง"
( เออ...จริงของมัน เดี๋ยวได้ถ่าย AV ล่ะยุ่งเลย
)
พอพี่เค้าได้คนครบแล้ว ( มีคู่รัก 1 คู่, คู่กระเทย(??) 1 คู่, กลุ่มเด็กผู้หญิง 3 คน แล้วก็...เราเอง = =" ) ก็ไปนั่งรออยู่ใกล้ๆ กัน ไอ้เพื่อนเรามันก็กรอกหูอยู่ตลอดเวลาว่าชิ่งเหอะ แกถูกหลอกแหง
แต่สุดท้าย 10 นาทีผ่านไป.....ผลปรากฎว่า..... เฮ้ย ของจริงนี่หว่า
!!!!!
มีกลุ่มคนญี่ปุ่นเดินมาประมาณ 10 คน ถือกล้องตัวใหญ่แล้วก็อุปกรณ์อะไรไม่รู้ มีสัญลักษณ์ติดอยู่ว่า KTV ในจำนวนนั้นมีอยู่ 3 คนเป็นพิธีกร ( ชาย 2 หญิง 1 )
พิธีกรหญิงน่ารักโคตรๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ผิวสวยมาก ดูจากหน้าแล้วน่าจะเป็นลูกครึ่ง น่าร้ากกก
!!!
ส่วนพิธีกรชาย คนแรก ( ขอเรียกว่าพี่พล ) ผิวขาว ผมดำ ใส่แว่น หน้าตาคล้ายพล ตัณฑเสถียร ส่วนคนที่สอง ( ขอเรียกว่าพี่แทน ) สูง ผิวแทน ผมสีน้ำตาลไฮไลท์ แต่งตัวแนวๆ เท่ห์ทั้งคู่อีกแล้วฮ่ะ
!!
( คนที่ 2 หน้าตาคุ้นๆ ว่าเป็นดาราอ่ะ แต่เราจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร อีสมองปลาทองเอ้ย =w= )
พี่ผู้หญิงคนที่มาทักเราครั้งแรก ก็มาเตี๊ยมให้เราทำทีเหมือนว่ากำลังเดินเล่นๆ แถวสยามอยู่ เดินชมนกชมไม้ไป แล้วพิธีกร 3 คนก็จะเดินเข้ามาทักขอสัมภาษณ์
หลังจากนั้นพี่แทนก็ยิงคำถามแรกมาว่า "+!#$%^&*)_+|"( ฟังไม่ออกฟ่ะ
)
"เค้าถามว่าน้องอายุเท่าไหร่ครับ"( เออ มีล่ามด้วยนี่หว่า แล้วไป )
" 20 ค่ะ" ( ล่ามแปลกลับไป )
ไอ้พิธีกรทั้ง 3 คนมันก็ทำหน้าตกใจ แล้วก็บ่นอะไรไม่รู้ฟังไม่ออก ไม่รู้เค้าด่าว่าหน้าแก่เกินอายุรึเปล่า 555
แล้วก็สัมภาษณ์อะไรไม่รู้อีกเยอะเลย แต่พิธีกรเค้าฮาๆ ดี ตามสไตล์รายการญี่ปุ่นอ่ะ
มีบอกสคริปต์ให้เราได้แกล้งพี่พลด้วย กร๊ากกก น่าร้ากกกกกที่ซู้ดดดด ![]()
สุดท้าย พอถ่ายเสร็จ เค้าก็ให้แก้วนี้มา ( โถ่ นึกว่าจะได้ตังค์ :P )

เป็นแก้วคู่กัน ชาย-หญิง ค่ะ ^^

พร้อมสัญลักษณ์ KTV

สนุกดี แต่เราโคตรเอ๋อ วันนั้นหน้ามันแผล่บ เหงื่อไหลโชกเลยนะฮ้า (ร้อนนะไม่ใช่ตื่นเต้น ) มีไทยมุงเยอะมากเลย= ='
โชคดีที่ออกอากาศที่ญี่ปุ่นโน่น ไม่มีคนรู้จักเห็น กรั่กๆ
แต่ที่เสียดายสุดๆ คือ
เราลืมขอถ่ายรูปกับพิธีกร 3 คนนั้นเก็บไว้
!!!!!!!!
ฮือๆๆๆๆ..........เสียดายโคตรๆ เลย โง่วจริงๆ ไม่ว่าจะแก่ลงแค่ไหน เราก็ยังคง concept เดิม
"ไม่สวยแต่หมึน
" แง้ๆ T___T
-----------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากเจอหนุ่มสาวยุ่นไปแล้ว อีกวันเราก็ไปกินอาหารยุ่นๆ กันที่ร้าน Ramen Tei
( จริงๆ เย็นวันงานมังงะ ก็มีคนพาไปเลี้ยงโอ้ว อิทส์ ชิท เอ้ย โออิชิบุฟเฟ่ต์มา ปลาดิบไม่สดเลย ส่วนอย่างอื่นพอแด้กได้ )
ขึ้นรถไฟฟ้าไปลงที่สถานีพร้อมพงษ์ เดินลงทางออกที่ 5 ตรงไปอีกนิดก็จะเจอซอยสุขุมวิท 33/1
ใครชอบอาหารญี่ปุ่น ซอยนี้มิควรพลาด เพราะมีร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้าน แถมยังมีฟูจิซุปเปอร์ด้วย ขายของญี่ปุ่นเยอะเลย
เริ่มจาก Ramen Tei ซึ่งเข้าไปแล้วนั่งเอ๋อฮ่ะ เมนูมันไม่มีรูป ไม่มีคำบรรยายไทย ( ดีที่ยังมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษมาให้ )
สั่งมั่วกันไปก็ได้ 2 ชามนี้มานะเคอะ
Shioramen

ส่วนเรากินชามนี้ Tantanmen

อร่อยดี รสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เลย อร่อยกว่าโอ้ว อิทส์ ชิท ราเม็งเป็นล้านเท่า
อาหารคาวเสร็จ ร้านที่เราเล็งต่อไปนั่นคือ "คัสตาร์ดนากามูระ"
เป็นร้านที่ถูกใจคอเบเกอรี่แบบเราอย่างแรง!!! เบเกอรี่สไตล์ยุ่นทั้งร้านเลย ทำไมมันไม่มาเปิดเชียงใหม่มั่งนะ เรากินยามาซากิจนแทบจะหมดร้านแล้วอ่ะ -__-'
เริ่มด้วย โครอกเกะ ( เรียกถูกป่าวหว่า ) ครีมคอร์นกับโครอกเกะหมูสับมันฝรั่ง

ขนมปังยากิโซบะ

จริงๆ เราซื้อคัสตาร์ดมาด้วย แต่ลงท้องไปหมดแล้วถึงจะนึกออก เลยไม่ได้ถ่ายมา
ส่วนอีก 2 อย่างคือขนมปังไส้ข้าวทรงเครื่องกับเมล่อนปัง แต่เราดันลืมไว้ในตู้เย็นที่แมนชั่น!!! อดกินเลย โฮฮฮฮฮฮฮฮ หมึนอีกแล้วตรู ![]()
ใครจะขึ้นมาเที่ยวเชียงใหม่ โปรดกรุณาเด็กตาดำๆ คนนี้ เหมาร้านคัสตาร์ดนากามูระมาฝากหนูหน่อยนะค้า
พลีสสสสส TwT"
---------------------------------------------------------------------------------------------
สุดท้าย จากในงานมังงะ ไปหมุนตู้เล่นได้ 2 อย่างนี้มา
ลักส์ ที่มีเลย์เป็นแบ็คกราวด์ -__-'

เหมียวน้อยน่าร้ากกก >w<

วันที่ไปเดินสยาม ไปเจอไอ้ตัวนี้ที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ ก็เลยซื้อให้มันมาอยู่เป็นคู่แฝดกันซะเลย

คู่เหมียวน่ารัก มิ้วๆๆ >w<~~

ปิดท้ายด้วยมนุษย์เนียน อามาเนะ มิสะ ค่ะ :P



มะรืนนี้เปิดซัมเมอร์แล้ว จะพยายามไม่ดองนะคะ ^^"
( แต่อย่าหวังอะไรกะเรามากเล้ยยย
)
น่าอิจฉาโซระจังมากเลยได้ออกทีวีของญี่ปุ่นด้วย คนน่ารักยังไงก็น่าอิจฉา